เป็นพลเมืองดีมันยาก นทท.โดนตุ๊กตุ๊กโก่งราคา สาวอุส่าห์ช่วย เจอตำรวจตอบกลับหน้าหงาย

1 พฤษภาคม 2019 | ข่าวเด่นออนไลน์

เหตุการณ์นักท่องเที่ยวถูกโก่งราคาค่าโดยสาร มักเกิดขึ้นประจำไม่เว้นแต่ละวัน แม้หน่วยงานภาครัฐจะเข้ามาช่วยแก้ไข แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่คุณ “Fahyerm Barbapapa” ได้โพสต์เล่าผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวมันจะพบเจอ ข้อความว่า

มันอาจจะยาวหน่อยแต่อยากให้ทุกคนได้อ่านและแชร์ไปถ้าทำได้ วันนี้ก็คือมีเรื่องกับ Tuktuk อะเกน คือแขกที่โรงแรมชาวฟิลิปปินส์ 4 คน พวกนางเรียกตุ๊กๆ มาจากพารากอนให้มาส่งที่แถวๆ BTS พญาไท นางให้แขกเราจ่าย 500฿

เดี๋ยวๆ ถามจริ๊งงงง ? ต่อให้เรียกแท็กซี่กดมิตเตอร์ รถติดก็ไม่ถึง 500 ป่ะ จากพารากอนมาพญาไท บ้าไปแล้วท่าน เราก็ไม่ยอมไง ไม่ให้แขกจ่ายเรื่องไรละ กดราคาขนาดนี้ตลกมากเหอะ จะยอมได้ไงอ้ะ

นางก็อ้าง ว่ารถมันติดก็ราคานี้แหละ เราก็บอก 300฿ ยังแพงไปเลยเหอะ ถ้านั่งแท็กซี่มาต่อให้รถติดก็ไม่ใช่ราคานี้แน่นอน

ตต: ก็งั้นทำไมไม่นั่งแท็กซี่มาละ

พอเราถามว่า ฟย : พี่ได้บอกราคาเขาก่อนขึ้นมาไหมค่ะ ? (เพราะ แขกบอกว่าไม่ได้บอกตั้งแต่แรก)

ตต : ก็ตอนเรียกรถมันติด ไม่ทันได้บอก จะบอกได้ไงก็ต้องรีบเอารถออกสิ

ฟย : มันไม่เกี่ยวป่ะพี่ นั่งมาทำไมพี่ไม่บอก ตอนอยู่บนรถทำไมไม่บอก แล้วพี่ไม่บอกราคาเขาตั้งแต่แรกได้ไงอ่ะ แบบนี้ไม่ถูกป่ะ แล้วพี่เรียกราคา 500฿ หนูว่ามันไม่ใช่แล้วอ่ะ

ตต : พล่ามไรไม่รู้ลืม แต่ก็ยังยืนยันว่าจะให้แขกเราจ่าย 500฿

เราบอกไม่ เราไม่ให้แขกเราจ่าย ราคาเกินจริงขนาดนี้จะจ่ายได้ไงอ่ะ

ตต : ถ้าไม่จ่ายก็ให้เขาขึ้นรถ ผมจะพาเขาไปส่งที่เดิม

ฟย : บ้าป่ะพี่ พี่มาส่งเขาแล้วพี่จะพาเขากลับไปที่เดิมทำไม

ตต : ก็งั้นทำไม ไม่จ่าย

ฟย : ไม่ใช่ไม่จ่ายพี่ แต่มันไม่ควรเป็นราคานี้ป่ะ

เราก็บอกงั้นถ้าตกลงกันไม่ได้ ก็เรียกตำรวจดีกว่า

ตต : งั้น 400฿ แล้วกัน 4 คน คนละ 100

ฟย : ไม่ใช่ละพี่ 400฿ ก็ไม่ใช่ละ หนูว่าเดี๋ยวหนูเรียกตำรวจดีกว่า ถ้าตกลงกันไม่ได้

ตต : อ่ะ ได้เรียกมาเลย

อ้ะ ดิฉันก็โทรหาตำรวจสิคะ รอไร ระหว่างที่รอ

ตต : น้องไม่มีทีจอดหรอ จอดตรงนี้ไม่ได้รถมันติด

ฟย : มีค่ะ พี่ก็ถอยหลังเข้าไปจอดในคอนโดเลย หนูปั๊มบัตรจอดให้ด้วยฟรี 1 ชั่วโมง

ตต : ถอยไม่ได้น้องรถมันติด จะถอยได้ไง

ฟย : อ้ะ งั้นพี่ก็ตอดตรงนี้แหละ แปปเดียวเดี๋ยวตำรวจมา

ประมาณ 10 นาที คุณตำรวจก็มา คือตำรวจยังบอกเลยอ่ะ 500฿ ไม่ใช่แล้ว มันเกินไป สรุปเคลียกันไม่ได้ ตต นางก็ไม่ยอมเราก็ไม่ยอม อ้ะ ไปโรงพักจ้า ทั้ง ตต ทั้งแขก

ก็คือไม่ได้ประจานแต่พี่ถ่ายรูปหนูก่อนเครนะ ถ่ายมาถ่ายกลับไม่โกงเพราะหนูไม่ชอบโกงใคร

คือ ต้องบอกเลยว่า ไม่ได้ทำเพราะเราสะใจหรืออยากเอาชนะ ต่อให้ไม่ใช่แขกเรา เป็นคนอื่นหรือไม่ใช่เรื่องของเราก็จริง แต่เชื่อมะ คือเราเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยมากๆ แบบแทบทุกวันที่ชาวต่างชาติเรียกรถไม่ว่าจะเป็น Taxi , Tuktuk , Motorcycle คือโดนเอาเปรียบหมด คิดราคาเกินจริงกันหมด คือเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้วอ่ะ มันไม่ถูกต้องป่ะ ถ้าอันไหนที่ช่วยได้เราก็ช่วยอ่ะ เตือนได้เราก็เตือน คือ เรารู้สึกกว่ามันไม่แฟร์อ้ะจริงๆ แต่ก็นั่นแหละเราไม่สงสัยอ่ะ เพราะบางครั้งคนไทยด้วยกันก็ยังโดนเอาเปรียบเลยอ้ะ ชาวต่างชาติจะเหลือได้ไง

คือนี่เป็น 1 ในตัวอย่างที่แสดงความล้มเหลวในการบริหารจัดการประเทศเลยป่ะ เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกหรือครั้งเดียว คือเราเจอ เราได้ยินเรื่องแบบนี้มาซ้ำๆ จนแบบเราละอายใจแทนประเทศไทยอ้ะะ แต่ก็นั่นแหละ ถามว่าทำอะไรได้ไหม ? ก็ไม่ป่ะ บุคคลหรือหน่วยงานที่มีส่วนดูแลหรือรับผิดชอบก็ยังคงแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ไม่ได้สักที คือมันเละเทะไปหมดจนแบบ วอทท ?

อัพเดต part 2 หลังจากเรื่องถึงสน.

ก็คือโทรไปตามเรื่อง ถามเคสนี้ว่าสรุปว่ายังไงกับ สน. หนึ่งในย่านพญาไท ได้คุยกับร้อยเวรที่รับเรื่อง แต่สิ่งที่ได้ยินก็คือทำเอาเข่าอ่อนและรู้สึกหมดหวังกับประเทศนี้แล้วจริงๆ

ร้อยเวรที่รับเรื่องบอกว่าไม่ได้ดำเนินการอะไรกับคนขับ เพราะทำอะไรไม่ได้ไม่มีอำนาจ ตุ๊กๆ ไม่ใช่แท็กซี่ ไม่มีราคาบอก มันคือราคาเหมา…ปรากฏว่าคนขับเรียกเพื่อนที่ขับตุ๊กๆ และญาติพี่น้องมาที่สถานี สรุปได้ความว่า แขกยอมจ่าย 500฿ ให้กับคนขับ

ซึ่งเราไม่รู้ว่าเรื่องเป็นไงมาไง หรือเขาคุยกันยังไงตัวเราไม่ได้ไปที่สถานีตำรวจด้วย แต่บทสนทนาที่เราโทรคุยกับร้อยเวรคือ

ฟย : อันนี้ทำไรไม่ได้เลยหรอ คือดำเนินการอะไรไม่ได้เลย ตำรวจแจ้งกรมขนส่งก็ไม่ได้ ? แล้วทำไมถึงยอมให้เขาจ่าย 500฿

ตร : ก็คือมันเป็นราคาเหมา ตอนเรียกมาเขาคิดเท่าไหรไม่รู้ แต่คนขับบอกว่า ก็หลายคนและไอฟิลิปินส์มันก็ตัวอ้วน **ย้ำว่าตำรวจใช้สรรพนามว่ามันเและคำพูดนี้ว่า ก็ไอแขกฟิลลิปนส์มาถึงมันก็ยอมจ่าย ก็มันตัวอ้วนและมีหลายคน คนขับมันก็เรียกเท่านี้

ฟย : แล้วทำไมถึงให้จ่าย ถ้ามันไม่มีอะไรหนูจะให้เขาไปโรงพักทำไม

ตร : ก็เขายอมมจ่ายเอง คนขับไม่ได้ไปขู่กรรโชค หรือตำรวจไม่ได้ไปบังคับให้เขาจ่าย เขาจ่ายให้ด้วยความเสน่ห์หา **เสน่ห์หา คำนี้สาบานว่าหลุดออกมาจากร้อยเวรจริงๆ

ฟย : แล้วคุณตำรวจคิดว่ามันไม่แพงเกินไปหรอค่ะ ราคานี้มันไม่ใช่แล้ว

ตร: ผมไม่รู้หรอกแพงไม่แพง ผมวัดไม่ได้หรอก มันเป็นราคาเหมา ไม่เหมือนแท็กซี่ มันไม่มีป้ายราคาบอก

ฟย : อันนี้ก็คือทำอะไรไม่ได้เลยใช่ไหมไหมค่ะ ตำรวจทำอะไรไม่ได้เลย ?

ตร : จะไปทำอะไรได้ละ ก็ไปฟ้องกรมขนส่งเองสิ

ร้อยเวรพยายามถามว่าเราเป็นใคร เราบอกก็เป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์และเป็นคนแจ้งเรื่องนี่แหละค่ะ แล้วอีกอย่างเขาถ่ายรูปหนูไปด้วย

ฟย : อ้ะ แล้วที่เขาถ่ายรูปหนูละค่ะ เขาถ่ายที่ๆ หนูทำงานและรูปหน้าหนู ถ้าเกิดอยู่ๆ เขามาขู่หรือทำร้ายหนูจะทำยังไง เพราะคนขับเรียกพรรคพวกคนขับมาที่สน. ด้วยไม่ใช่หรอค่ะ ? ชาวต่างชาติเขาถึงกลัวไง ก็ต้องยอมจ่ายเพราะเขาไปคนเดียว

ตร : ก็ใช่ เขาก็มากันนั่นแหละ

ฟย : นั่นแหละค่ะ ถ้าเกิด เกิดอะไรขึ้นกับหนูจะทำยังไง

ตร : ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็มาแจ้งความแล้วกันนะ จะได้รู้ว่าตุ๊กๆ เป็นคนทำ !

ประโยคนี้ทำหน้าเราชามากจริงๆ

ฟย : นี่ร้อยเวรชื่ออะไรค่ะ ใครเป็นคนรับเรื่อง คุยกับใครอยู่

ตร : ทิ้งช่วงไป ไม่ตอบคำถาม ได้ยินเสียงสบถและหัวเราะคิกคักพร้อมกดตัดสายจบ ปิ๊บ !

หลังจากที่บทสนทนานี้จบลง เราก็รู้แล้วว่าเราจะหวังพึ่งอะไรในประเทศนี้ไม่ได้เลยจริงๆ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เราได้คุยด้วยก็คือหมดศรัทธา พูดได้คำเดียวว่า เจริญละประเทศไทย
คือ กูทำได้อย่างเดียวคือ pray for myself และเปิด public ok !